Loading...

สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเลย

Provincial Offices for Natural Resources and Environment Loei

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN
ประชาสัมพันธ์1
ข่าวประชาสัมพันธ์

"แก่งคุดคู้" สถานที่ท่องเที่ยวฮิตของ อ. เชียงคาน จ. เลย เชื่อหรือไม่ว่าเขามีตำนานเล่าต่อกันมา นานแล้วมีพรานป่าคนหนึ่งชื่อ “จึ่งขึ่งดั้งแดง” รูปร่างสูงใหญ่ล่ำสัน มีฝีมือในการล่าสัตว์ วันหนึ่งนายพรานผู้นี้ตามล่าควายเงินมาจากหลวงพระบาง (ที่เรียกควายเงินเพราะมูลของควายตัวนี้เป็นเงิน) พอมาถึงริมน้ำโขงเห็นควายเงินพักกินน้ำ นายพรานจึงดักซุ่มยิง พอดีชาวบ้านแล่นเรือผ่านมา ควายเงินตกใจตื่นเตลิดขึ้นไปบนเขาลูกหนึ่ง (ต่อมาเขาลูกนี้ได้ชื่อว่า"ภูควายเงิน") นายพรานเลยยิงไปถูกเขาอีกลูกจนพังทลายไปซีกหนึ่ง กลายเป็นหน้าผาสูงชัน ที่ชาวบ้านเรียกว่า “ภูผาแบ่น” นายพรานโกรธคนที่แล่นเรือผ่านซึ่งเป็นต้นเหตุให้ควายเงินหนีไป จึงกลั่นแกล้งด้วยการขนหินมาขวางกั้นลำโขงไม่ให้เดินเรือได้ นายพรานทำการเกือบจะสำเร็จ ก็พอดีมีสามเณรรูปหนึ่งมาเห็นเข้า เณรนั้นออกอุบายหลอกให้นายพรานใช้ไม้เฮียะ (ไม้ใผ่ชนิดหนึ่ง) ผ่าซีกหาบหินแทน ไม้เฮียะผ่าแล้วจะเป็นสันคมกริบ เมื่อนายพรานใช้หาบหิน ไม้นั้นก็บาดคอนอนตายคุดคู้อยู่ที่ริมโขงนั้นเอง แก่งหินนั้นจึงเรียกว่า “แก่งคุดคู้” ผลจากการที่นายพรานขนหินมาวางขวางทำให้กลางน้ำโขง มีหลายแก่งหลายแห่ง มีชื่อเรียกต่างๆ เช่น แก่งฟ้า แก่งจันทร์ เป็นต้น แก่งเหล่านี้แม้จะเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางในลำน้ำโขงมาแต่โบราณ แต่ก็เป็นบริเวณที่มีปลาเข้ามาอยู่อาศัยอย่างชุกชุม

"แก่งคุดคู้" สถานที่ท่องเที่ยวฮิตของ อ. เชียงคาน จ. เลย เชื่อหรือไม่ว่าเขามีตำนานเล่าต่อกันมา

นานแล้วมีพรานป่าคนหนึ่งชื่อ “จึ่งขึ่งดั้งแดง” รูปร่างสูงใหญ่ล่ำสัน มีฝีมือในการล่าสัตว์ วันหนึ่งนายพรานผู้นี้ตามล่าควายเงินมาจากหลวงพระบาง (ที่เรียกควายเงินเพราะมูลของควายตัวนี้เป็นเงิน) พอมาถึงริมน้ำโขงเห็นควายเงินพักกินน้ำ นายพรานจึงดักซุ่มยิง พอดีชาวบ้านแล่นเรือผ่านมา ควายเงินตกใจตื่นเตลิดขึ้นไปบนเขาลูกหนึ่ง (ต่อมาเขาลูกนี้ได้ชื่อว่า"ภูควายเงิน") นายพรานเลยยิงไปถูกเขาอีกลูกจนพังทลายไปซีกหนึ่ง กลายเป็นหน้าผาสูงชัน ที่ชาวบ้านเรียกว่า “ภูผาแบ่น”

นายพรานโกรธคนที่แล่นเรือผ่านซึ่งเป็นต้นเหตุให้ควายเงินหนีไป จึงกลั่นแกล้งด้วยการขนหินมาขวางกั้นลำโขงไม่ให้เดินเรือได้ นายพรานทำการเกือบจะสำเร็จ ก็พอดีมีสามเณรรูปหนึ่งมาเห็นเข้า เณรนั้นออกอุบายหลอกให้นายพรานใช้ไม้เฮียะ (ไม้ใผ่ชนิดหนึ่ง) ผ่าซีกหาบหินแทน ไม้เฮียะผ่าแล้วจะเป็นสันคมกริบ เมื่อนายพรานใช้หาบหิน ไม้นั้นก็บาดคอนอนตายคุดคู้อยู่ที่ริมโขงนั้นเอง แก่งหินนั้นจึงเรียกว่า “แก่งคุดคู้”

 ผลจากการที่นายพรานขนหินมาวางขวางทำให้กลางน้ำโขง มีหลายแก่งหลายแห่ง มีชื่อเรียกต่างๆ เช่น แก่งฟ้า แก่งจันทร์ เป็นต้น แก่งเหล่านี้แม้จะเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางในลำน้ำโขงมาแต่โบราณ แต่ก็เป็นบริเวณที่มีปลาเข้ามาอยู่อาศัยอย่างชุกชุม

"แก่งคุดคู้" สถานที่ท่องเที่ยวฮิตของ อ. เชียงคาน จ. เลย เชื่อหรือไม่ว่าเขามีตำนานเล่าต่อกันมา

นานแล้วมีพรานป่าคนหนึ่งชื่อ “จึ่งขึ่งดั้งแดง” รูปร่างสูงใหญ่ล่ำสัน มีฝีมือในการล่าสัตว์ วันหนึ่งนายพรานผู้นี้ตามล่าควายเงินมาจากหลวงพระบาง (ที่เรียกควายเงินเพราะมูลของควายตัวนี้เป็นเงิน) พอมาถึงริมน้ำโขงเห็นควายเงินพักกินน้ำ นายพรานจึงดักซุ่มยิง พอดีชาวบ้านแล่นเรือผ่านมา ควายเงินตกใจตื่นเตลิดขึ้นไปบนเขาลูกหนึ่ง (ต่อมาเขาลูกนี้ได้ชื่อว่า"ภูควายเงิน") นายพรานเลยยิงไปถูกเขาอีกลูกจนพังทลายไปซีกหนึ่ง กลายเป็นหน้าผาสูงชัน ที่ชาวบ้านเรียกว่า “ภูผาแบ่น”

นายพรานโกรธคนที่แล่นเรือผ่านซึ่งเป็นต้นเหตุให้ควายเงินหนีไป จึงกลั่นแกล้งด้วยการขนหินมาขวางกั้นลำโขงไม่ให้เดินเรือได้ นายพรานทำการเกือบจะสำเร็จ ก็พอดีมีสามเณรรูปหนึ่งมาเห็นเข้า เณรนั้นออกอุบายหลอกให้นายพรานใช้ไม้เฮียะ (ไม้ใผ่ชนิดหนึ่ง) ผ่าซีกหาบหินแทน ไม้เฮียะผ่าแล้วจะเป็นสันคมกริบ เมื่อนายพรานใช้หาบหิน ไม้นั้นก็บาดคอนอนตายคุดคู้อยู่ที่ริมโขงนั้นเอง แก่งหินนั้นจึงเรียกว่า “แก่งคุดคู้”

 ผลจากการที่นายพรานขนหินมาวางขวางทำให้กลางน้ำโขง มีหลายแก่งหลายแห่ง มีชื่อเรียกต่างๆ เช่น แก่งฟ้า แก่งจันทร์ เป็นต้น แก่งเหล่านี้แม้จะเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางในลำน้ำโขงมาแต่โบราณ แต่ก็เป็นบริเวณที่มีปลาเข้ามาอยู่อาศัยอย่างชุกชุม

แก่งคุดคู้ เปรียบได้กับสถานที่ตากอากาศของคนเชียงคาน รวมไปถึงนักท่องเที่ยวที่พิสมัยในความงามตามธรรมชาติ ทำให้สัมผัสแรกที่มาเยือนจึงไม่แปลกใจนักว่า ทำไมสถานที่แห่งนี้ ถึงมีแรงดึงดูดให้ใครต่อใคร ใคร่อยากมาสัมผัสกันบ้างสักครั้ง

ทั้งนี้ก็เพราะวิวของลำนำโขงที่กว้างขวางสุดลูกหูลูกตา ทอดตัวยาวขนานไปสองฝั่งไทย-ลาว และในช่วงที่น้ำลดจะเห็นเกาะแก่งน้อยใหญ่ต่างๆ โดยมีภูเขาลูกยักษ์ที่ชื่อ “ภูควายเงิน” ตั้งตระหง่านเป็นฉากหลังอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างลงตัวนั่นเอง และที่สำคัญความงดงามนั้นจะทวีคูณขึ้นไปอีกหลายเท่า หากใครขยันตื่นเช้ามาเฝ้าชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือสันเขาแห่งนี้

นอกจากนี้ บริเวณรอบๆ จุดชมวิว ยังมีพ่อค้าแม่ขายมาจับจองพื้นที่เปิดซุ้มจำหน่ายอาหาร ซึ่งมีทั้งปลา กุ้ง หอย ที่ต่างก็มีชื่อแม่น้ำโขงห้อยท้าย ไปจนถึงส้มตำ ไก่ย่าง ลาบ น้ำตก ฯลฯ ซึ่งดูแล้วนักท่องเที่ยวที่มาแก่งคุดคู้ส่วนใหญ่ ก็นิยมมานั่งรับประทานอาหารกันที่ริมโขงแห่งนี้ เพราะบรรยากาศในการรับประทานอาหารริมแม่น้ำโขงแบบใกล้ชิด ชนิดที่เรียกได้ว่า ติดริมฝั่งแบบนี้คงหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว และก่อนกลับอย่าลืมแวะซื้อของฝากขึ้นชื่ออย่าง “มะพร้าวแก้ว” แสนอร่อย ที่ทำมาจากมะพร้าวกะทิเนื้อหนานุ่ม หรือมะพร้าวน้ำหอมรสละมุนเคี่ยวกับน้ำตาล สูตรเฉพาะ รวมไปกุ้งทอดที่มาเป็นชิ้นวงกลมขนาดใหญ่ กินเปล่าๆ หรือจะกินคู่กับน้ำจิ้มรสเด็ด บอกได้คำเดียวว่า อร่อยเหาะเหนือแม่น้ำโขงเลยทีเดียว!

 

ช่วงเวลาแนะนำ : กุมภาพันธ์ – พฤษภาคม เพราะเป็นช่วงที่น้ำแห้งจะมองเห็นแก่งได้ชัดเจน  (จากภาพที่เป็นช่วงปลายฝน ต้นหนาว ปริมาณแม่น้ำโขงเยอะมาก แต่มาเที่ยวตั้งแต่เช้า นักท่องเที่ยวจะได้เห็นทะเลหมอกในหน้านาว)

ไฮไลท์ : แก่งหินขนาดใหญ่ที่ขวางอยู่กลางลำน้ำโขงบริเวณช่วงโค้งพอดี ทำให้เกิดกระแสน้ำเชี่ยวไหลผ่านแก่ง ในหน้าน้ำ น้ำจะท่วมจนมองไม่เห็นแก่ง (ในช่วงหน้าร้อน)

กิจกรรม : ล่องเรือหางยาวชมทิวทัศน์สองฝั่งไทย-ลาว / เดินเล่นพักผ่อนชมความงามของแก่งหิน / ชมวิถีชีวิตชาวบ้านที่ล่องเรือหาปลาในแม่น้ำโขง / เดิน เที่ยว ชิม อาหารอร่อยๆ จากแม่น้ำโขง

การเดินทาง แก่งคุดคู้ ห่างจากตัวอำเภอเชียงคานประมาณ 4 กิโลเมตร บนถนนเชียงคาน-ปากชม จากตลาดสดเทศบาลตำบลเชียงคาน ใช้ทางหลวงหมายเลข 211 ประมาณ 2 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายตามป้ายบอกทางอีก 2 กิโลเมตร สุดทางที่ “แก่งคุดคู้” พอดี